เลเซอร์รอยแดง vs เลเซอร์รอยดำ vs เลเซอร์หลุมสิว

เลเซอร์รอยแดงสิว สิวอักเสบ เส้นเลือดฝอยใบหน้า คืนผิวสุขภาพดีในครั้งแรกที่ทำ

สิวอักเสบ สิวเรื้อรัง รอยแดง หรือรอยหลุมสิว คือปัญหาหนักใจที่หลายคนเผชิญ การปล่อยให้หายเองตามธรรมชาตินอกจากจะไม่ได้ผลแล้วยังอาจเสี่ยงให้สิวกลับมาเห่อซ้ำ และทิ้งรอยแผลเป็นได้

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับสารพัดปัญหาสิวที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมแนะนำเครื่องมือรักษาที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดโดยไม่ทิ้งรอยกวนใจไว้แน่นอน

 

เลเซอร์รอยแดงสิว

รอยแดงสิว เกิดจากอะไร? ทำไมทายาแล้วไม่ค่อยเห็นผล

รอยแดงสิวเกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดใต้ผิวหนังขยายตัวจากการอักเสบ และไม่หดกลับตามเดิมแม้สิวจะหายแล้ว

ส่วนใหญ่ยาทาไม่สามารถรักษารอยแดงได้ เพราะยาที่ใช้มักจะเน้นลดการอุดตันและอักเสบ หรือลดเม็ดสี ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับหลอดเลือดโดยตรง

ดังนั้น การเลเซอร์รอยแดงจึงเป็นการรักษาที่ตรงจุดสำหรับปัญหานี้

หลักการทำงานของ “เลเซอร์ลดรอยสิว” ชนิดรอยแดง

  • จับเม็ดสีแดงในเลือด โดยตัวเลเซอร์รอยแดงจะถูกออกแบบให้พุ่งเป้าไปยังเม็ดเลือดแดงโดยเฉพาะ
  • สร้างความร้อนในหลอดเลือด เมื่อเลเซอร์จับตัวเม็ดเลือดแดงนั้น พลังงานที่จับตัวกับเม็ดเลือดก็จะเปลี่ยนเป็นความร้อน ทำให้เกิดความร้อนสะสมในเลือด
  • ทำลายหลอดเลือดที่ขยายตัว เมื่อความร้อนสะสามมาก ๆ เข้า ความร้อนนั้นก็จะทำลายหลอดเหลือดที่ขยายตัว ทำให้หลอดเลือดหดและปิดตัวลงในที่สุด

 

เปรียบเทียบระหว่าง เลเซอร์รอยแดง vs เลเซอร์รอยดำ vs เลเซอร์หลุมสิว

  • เลเซอร์รอยแดง เน้นรักษาหลอดเลือดฝอยขยายตัวหลังการอักเสบ ทำให้รอยแดงจางลง ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
  • เลเซอร์รอยดำ เน้นสลายเม็ดสีเมลานิน ทำให้รอยดำจาง ผิวกระจ่างใสขึ้น
  • เลเซอร์หลุมสิว เน้นสร้างความร้อนในชั้นผิว กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น ผิวดูเรียบเนียนขึ้น

แนวทางการรักษารอยสิวด้วยเลเซอร์รอยแดงกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ AES ASTRA CLINIC

  • Cutera Excel V+ เทคโนโลยีตัวท็อปสำหรับสิว รอยแดง และหลุมสิว ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลก
  • โปรแกรม Fotona 4D Dynamis PRO กำจัดเส้นเลือดฝอยและลดการอักเสบในผิวชั้นลึก พร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ปรับผิวให้ตื้นและเรียบเนียน ช่วยรักษาปัญหาหลุมสิว
  • Discovery PICO ใช้ลดการอักเสบของสิวทุกชนิดอย่างแม่นยำ พร้อมกระตุ้นผิวให้แข็งแรง ใช้เลเซอร์แบบ Nano-Picosecond Laser ใช้คลื่นเสียงในการรักษาผิวลดการอักเสบของรอยแดงและตุ่มแดงอรอยดำ เม็ดสี เมลานิน รอยสัก และผิวไหม้หจากการอักเสบ (PIH-Post Inflamatory Hyper-Hypo Pigmentation) อย่างแม่นยำ พร้อมกระตุ้นผิวให้แข็งแรง

 

การเตรียมตัวก่อนทำเลเซอร์รักษารอยสิว

การเตรียมตัวก่อนทำเลเซอร์รักษารอยสิว

  • ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวินิจฉัยชนิดของสิว รอยสิว และสภาพผิวได้อย่างถูกต้อง ทั้งยังสามารถแนะนำชนิดของเลเซอร์รักษาสิวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษาที่เหมาะสมได้ด้วย
  • แจ้งข้อมูลสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นโรคประจำตัวหรือยาที่แพ้
  • งดทำหัตถกรรมอื่น ๆ ได้แก่ ทรีทเมนท์ นวดหน้า ขัดผิว หรืออื่น ๆ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • เลี่ยงสัมผัสแดดจัดและทาครีมกันแดด SPF สูง เพื่อไม่ให้ผิวเกิดการระคายเคือง
  • งดผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ เรตินอล AHA BHA หรือ กลุ่มไวท์เทนนิ่ง

การปฏิบัติตัวหลังทำเลเซอร์รักษารอยสิว

  • ลดความร้อนให้ผิวในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก ไม่ว่าจะเป็นการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น การซาวน์หน้า การทานหมูกระทะ หรือการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้ผิวบวมแดงได้
  • ประคบเย็น ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกเพื่อบรรเทาอาการแสบร้อนที่ผิว
  • ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์สูตรอ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือสารเคมีรุนแรง
  • งดแต่งหน้า โดยเลี่ยงเครื่องสำอางค์ที่ทำให้เกิดการอุดตันบนใบหน้า เข่น รองพื้น แป้ง คุชชั่น
  • ห้ามแกะหรือเกา เพราะอาจทำให้ติดเชื้อหรือเกิดรอยแผลเป็นได้
  • หลีกเลี่ยงแดดจัดและทาครีมกันแดด ไม่ควรสัมผัสแดดโดยตรงอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์หลังทำเลเซอร์รอยแดง

ปัญหาสิว รอยสิว และหลุมสิวแบบต่าง ๆ ไม่ใช่ปัญหาเล็กและส่งผลกับความมั่นใจในชีวิตประจำวันไม่น้อย ถึงเวลาเรียกผิวที่เรียบเนียนและความมั่นใจคืนกลับมา ปรึกษาทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ AES ASTRA CLINIC เพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการทำเลเซอร์รักษารอยสิวและรอยแดงที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของคุณที่สุดได้แล้ววันนี้